หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นับเป็นพระเถราจารย์สำคัญของจังหวัดนนทบุรี นามของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวปากเกร็ด นักสะสมพระเครื่อง ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ผู้คนรู้จักท่านในนาม “หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม” คำว่า ปฐมนาม ใช้แยกท่านออกจากพระเกจิองค์อื่นซึ่งมีนามว่าเอี่ยมเหมือนกัน
ชื่อเสียงของท่านมักเชื่อมโยงกับพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก ตะกรุดมหาโสฬสมงคล รวมถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมตตาบารมี ถึงกระนั้น คุณค่าของหลวงปู่เอี่ยมมิได้จำกัดอยู่เพียงวัตถุมงคล ท่านยังเป็นพระผู้ใฝ่ศึกษา ฝึกกรรมฐาน ดำรงตนอย่างสมถะ พร้อมอุทิศกำลังเพื่อฟื้นฟูวัดสว่างอารมณ์จนกลายเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน
บทความนี้นำเสนอประวัติหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ผ่านมุมมองด้านชีวประวัติ พระศาสนา วัฒนธรรมชุมชน รวมถึงภูมิปัญญาการสร้างวัตถุมงคล เรื่องเล่าบางส่วนสืบทอดผ่านคำบอกเล่า จึงควรรับฟังด้วยความเคารพ พร้อมใช้วิจารณญาณแยกข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ออกจากคติศรัทธา
ชาติกำเนิดของหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม
หลวงปู่เอี่ยมถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ. 2359 ตรงกับสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บ้านเกิดอยู่บริเวณบ้านแหลมใหญ่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี บิดาชื่อนายนาค มารดาชื่อนางจันทร์ ครอบครัวมีบุตรรวมสี่คน ได้แก่ เอี่ยม ฟัก ขำ อิ่ม ท่านเป็นบุตรคนโต
อุปสมบทพร้อมศึกษาพระธรรม
เมื่ออายุประมาณ 22 ปี หลวงปู่เอี่ยมอุปสมบท ณ วัดบ่อ ใกล้ตลาดท่าน้ำปากเกร็ด ใน พ.ศ. 2381 ภายหลังครองสมณเพศได้ไม่นาน ท่านเดินทางไปจำพรรษา ณ วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี สำนักแห่งนี้มีความพร้อมด้านพระปริยัติธรรม เปิดโอกาสให้พระหนุ่มศึกษาภาษาบาลี พระธรรมบท หลักวินัย รวมถึงแนวทางเทศนาสั่งสอนประชาชน
หลวงปู่เอี่ยมศึกษาอยู่ ณ วัดกัลยาณมิตรหลายพรรษา ก่อนย้ายไปวัดประยุรวงศาวาส การเดินทางจากปากเกร็ดเข้าสู่สำนักใหญ่ในเมืองหลวงสะท้อนความตั้งใจอย่างชัดเจน ท่านมิได้พอใจกับความรู้เบื้องต้น แต่พยายามสร้างรากฐานจากพระคัมภีร์ ระเบียบสงฆ์ ตลอดจนคำอธิบายจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงความรู้
ความเข้าใจพระปริยัติช่วยให้การภาวนามีกรอบมั่นคง ส่วนกรรมฐานช่วยเปลี่ยนความรู้จากตำราให้กลายเป็นประสบการณ์ภายใน เรื่องเล่าจากชุมชนยังกล่าวถึงการเดินธุดงค์เพื่อแสวงหาความสงัด การอยู่ห่างความสะดวกเปิดโอกาสให้พระภิกษุสำรวจความกลัว ความหิว ความเหนื่อย รวมถึงความยึดติดของตน
กลับสู่บ้านเกิดเพื่อฟื้นฟูวัด
หลังผ่านการศึกษาและฝึกปฏิบัติหลายปี ชาวบ้านจากบ้านแหลมใหญ่เดินทางไปนิมนต์หลวงปู่เอี่ยมกลับมาดูแลวัดสว่างอารมณ์ วัดแห่งนี้มีพระจำพรรษาไม่มาก อาคารสำหรับประกอบสังฆกรรมเกิดความชำรุด การจัดกิจกรรมทางศาสนาจึงไม่สะดวก
พระอุโบสถได้รับการบูรณะเพื่อรองรับสังฆกรรม ศาลาการเปรียญถูกสร้างขึ้นสำหรับฟังธรรม ทำบุญ ประชุมกิจการชุมชน พระวิหารกับพระเจดีย์ช่วยเติมความสมบูรณ์แก่เขตพุทธาวาส ผลงานเหล่านี้แสดงบทบาทของหลวงปู่เอี่ยมในฐานะผู้นำชุมชน ผู้ใช้ศรัทธาเป็นพลังสร้างประโยชน์ส่วนรวม
จากวัดสว่างอารมณ์สู่วัดสะพานสูง
วัดสะพานสูงเคยมีนามว่าวัดสว่างอารมณ์ บริเวณหน้าวัดมีคลองใช้สัญจร ชาวบ้านสร้างสะพานทรงสูงเพื่อเปิดช่องให้เรือแล่นผ่านได้สะดวก รูปลักษณ์สะพานกลายเป็นจุดจำของผู้เดินทาง ผู้คนจึงเรียกวัดตามภาพคุ้นตาว่า “วัดสะพานสูง”
จุดกำเนิดวัตถุมงคลหลวงปู่เอี่ยม
การสร้างวัตถุมงคลในสมัยหลวงปู่เอี่ยมมีความเกี่ยวพันกับงานบูรณะวัด เมื่อจำเป็นต้องรวบรวมปัจจัยสำหรับสร้างอุโบสถ ศาลา พระเจดีย์ ท่านจึงจัดทำพระปิดตากับตะกรุด มอบแก่ผู้ร่วมบุญเสมือนเครื่องระลึกถึงกุศล
กาลเวลาทำให้ของสร้างยุคแรกเหลือน้อยลง ประสบการณ์จากผู้บูชาถูกเล่าต่อหลายรุ่น ความนิยมจึงเพิ่มขึ้น พระปิดตา ตะกรุดมหาโสฬสมงคลกลายเป็นวัตถุสำคัญในวงการสะสม ถึงกระนั้น ผู้ศึกษาไม่ควรมองเพียงราคา ควรทำความเข้าใจเจตนาการสร้าง ศิลปะ ภูมิปัญญาช่าง รวมถึงบริบททางสังคมควบคู่กัน
พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมมีเอกลักษณ์จากเนื้อผงพุทธคุณผสมมวลสาร ก่อนประสานเนื้อด้วยรัก ผิวพระมักปรากฏสีน้ำตาลเข้ม สีดำอมแดง รวมถึงเฉดมะขามเปียก ความแตกต่างเกิดจากส่วนผสม ปริมาณรัก อายุ การสัมผัส การเก็บรักษา
รูปพระปิดตาสื่อถึงการสำรวมอินทรีย์ ผู้ปฏิบัติพึงรู้เท่าทันภาพ เสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์ มิปล่อยใจวิ่งตามสิ่งกระตุ้น การปิดตาจึงมิได้หมายถึงการหนีโลก แต่หมายถึงการกลับมารักษาใจ มองความอยาก ความโกรธ ความหลงอย่างมีสติ
ในคติผู้บูชา พระปิดตาได้รับความเชื่อด้านเมตตา โชคลาภ ความปลอดภัย การลดอุปสรรค ทั้งหมดเป็นเรื่องศรัทธาส่วนบุคคล ไม่อาจใช้ทดแทนความรอบคอบ การทำงานสุจริต การดูแลสุขภาพ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย
ตะกรุดมหาโสฬสมงคล
ตะกรุดมหาโสฬสมงคลนับเป็นเครื่องรางสำคัญจากสำนักวัดสะพานสูง ตามข้อมูลในวงการสะสม ขั้นตอนเริ่มจากจารอักขระลงบนแผ่นโลหะ จากนั้นม้วนเป็นดอก ถักเชือก พอกผงพุทธคุณ ลงรักทับภายนอก งานแต่ละขั้นต้องอาศัยความชำนาญ ความละเอียด ความอดทนสูง
คำว่า “มหาโสฬสมงคล” เชื่อมโยงกับสูตรยันต์อันสืบทอดในสายวิชาโบราณ ผู้ศรัทธาเชื่อว่าครอบคลุมเมตตา แคล้วคลาด คุ้มครอง เสริมขวัญกำลังใจ อย่างไรก็ดี คุณค่าทางวัฒนธรรมก็สำคัญไม่แพ้ความเชื่อ เพราะตะกรุดสะท้อนองค์ความรู้ด้านอักขระ งานโลหะ งานถัก การลงรัก รวมถึงพิธีกรรมของสังคมไทยสมัยก่อน
ปฏิปทาอันสร้างศรัทธา
แม้พระปิดตากับตะกรุดจะมีชื่อเสียงสูง แต่รากศรัทธาเกิดจากการดำเนินชีวิตของหลวงปู่เอี่ยม ท่านมักน้อย สงบ สำรวม ทุ่มเทแก่การศึกษา ภาวนา พัฒนาวัด ช่วยชุมชน คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้ศิษย์รู้สึกว่าคำสอนมีน้ำหนัก เพราะผู้สอนปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง
คำบอกเล่าช่วงปัจฉิมวัยสื่อว่า เมื่อศิษย์ประสบสุขหรือทุกข์ ขอให้ระลึกถึงนามของท่าน ในมุมศรัทธา นี่คือการขอพึ่งบารมีครูบาอาจารย์ ส่วนมุมการฝึกใจ การระลึกถึงครูช่วยหยุดความฟุ้งซ่าน เรียกสติกลับคืน ทำให้ผู้ประสบปัญหาคิดอย่างรอบคอบก่อนลงมือ
การบูชาหลวงปู่เอี่ยมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากของราคาแพง ผู้ศรัทธาสามารถเริ่มด้วยรักษาศีล ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ ช่วยเหลือครอบครัว แบ่งปันแก่ผู้ลำบาก ฝึกสติทุกวัน แนวทางเหล่านี้สอดคล้องกับชีวิตสมถะของท่านมากกว่าการแสวงหาปาฏิหาริย์โดยละเลยเหตุผล
การมรณภาพกับมรดกธรรม
หลวงปู่เอี่ยมมรณภาพใน พ.ศ. 2439 สิริอายุประมาณ 80 ปี หลังจากนั้น หลวงปู่กลิ่นรับช่วงดูแลวัดพร้อมสืบสายความรู้ของสำนัก ต่อมาใน พ.ศ. 2480 มีการหล่อรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานบริเวณหน้าพระอุโบสถ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิษย์รุ่นหลังเข้ากราบรำลึก
มรดกของท่านปรากฏผ่านอาคารภายในวัด ความทรงจำของชุมชน วัตถุมงคล ตำราสายวิชา รวมถึงจริยวัตรของศิษย์แต่ละรุ่น วัดสะพานสูงจึงมีคุณค่ามากกว่าจุดขอพร เพราะเป็นหลักฐานบอกเล่าพัฒนาการของชุมชนปากเกร็ด ความร่วมมือระหว่างบ้านกับวัด ตลอดจนบทบาทพระสงฆ์ต่อสังคมไทยช่วงต้นรัตนโกสินทร์
สรุปประวัติหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง คือพระเถราจารย์ผู้มีบทบาทเด่นต่อพระศาสนา ชุมชนปากเกร็ด วัฒนธรรมพระเครื่องไทย ท่านถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ. 2359 อุปสมบท ณ วัดบ่อ ศึกษาพระธรรมในสำนักสำคัญ ฝึกกรรมฐาน ก่อนกลับมาฟื้นฟูวัดสว่างอารมณ์จนเจริญมั่นคง
พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก ตะกรุดมหาโสฬสมงคล สะท้อนศรัทธา ภูมิปัญญาช่าง ประวัติการบูรณะวัด คุณค่าสูงสุดมิได้อยู่ตรงราคาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ตรงเรื่องราวการร่วมบุญ ความรู้เชิงศิลป์ บทเรียนเรื่องสติ ความไม่ประมาท
ผู้ศึกษาประวัติหลวงปู่เอี่ยมควรเปิดรับข้อมูลเอกสาร คำบอกเล่า หลักฐานจากวัด พร้อมแยกข้อเท็จจริงออกจากตำนานอย่างสุภาพ เมื่อมองครบทุกมิติ เราจะเห็นพระผู้ใฝ่เรียนรู้ ดำรงตนสมถะ ใช้ศรัทธารวบรวมผู้คนเพื่อสร้างประโยชน์ส่วนรวม มรดกดังกล่าวยังคงมีคุณค่าต่อชาวนนทบุรีรวมถึงผู้สนใจพระพุทธศาสนาจวบจนปัจจุบัน


